Browsing "Older Posts"

Browsing Category " การลดน้ำหนักด้วยวิธีทางธรรมชาติ "

นวัตกรรมการลดน้ำหนักแบบใหม่ ลดน้ำหนักด้วย แบคทีเรีย ที่คุณต้องทราบ

By JodonP → วันพฤหัสบดีที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2557
แบคทีเรียลดความอ้วน

     เมื่อพูดถึง "แบคทีเรีย" หลายคนคงคิดว่านี่คือเชื้อโรค และเป็นอันตรายต่อตัวเรา แต่เราอาจจะลืมคิดไปว่าแบคทีเรียก็มีทั้งดีและไม่ดี (เหมือนคนรึเปล่า ฮา)

     วันนี้จึงขอเสนอเรื่อง "แบคทีเรีย" ที่ช่วยลดความอ้วนค่ะ ซึ่งเป็นข่าวดังในเมืองนอกกันเลยทีเดียว และเป็นความหวังของใครหลายๆคน ที่ต้องการลดความอ้วน เรื่องมีอยู่ว่า...

     นักวิทยาศาสตร์เค้าค้นพบว่าแบคทีเรียในร่างกายของเรามีเยอะมาก-มากที่สุด และที่สำคัญ มันเยอะกว่าเซลเราซะอีก(เป็นไปได้ไง) ซึ่งทำการทดลองว่าแบคทีเรียที่อยู่ในร่างกายเราเนี่ย มันมีผลอะไรกับตัวเราบ้าง แล้วก็ได้พบเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งว่า.. มันมีผลต่อความอ้วนของเราค่ะ

     แบคทีเรียที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าน่าจะมีผลต่อความอ้วนมีอยู่ 4 ชนิด แต่ที่ชัวร์ๆเลยมีอยู่ 2 ชนิด ได้แก่ แบคทีเรียเฟิร์มมิคิวเทส เป็นแบคทีเรียที่ทำหน้าที่ย่อยสลายอาหารด้วยการหมัก และยังพบกว่าผู้ที่มีแบคทีเรียชนิดนี้อยู่ในร่างกายมาก มักจะเป็นคนอ้วน

     สำหรับแบคทีเรียอีกชนิดหนึ่ง ชื่อว่า แบคทีเรียแบคทีรอยเดเทส มีหน้าที่ย่อยสลายเส้นใยอาหาร ซึ่งมักจะพบมากในคนที่ผอม

     และการทดลองที่สำคัญมากทีเดียว สำหรับผู้ปรารถนาจะลดความอ้วน ก็คือ หากเรานำแบคทีเรียชนิดทำให้อ้วน ไปใส่ในสัตว์ทดลอง ก็จะทำให้สัตว์ทดลองอ้วนด้วย และอีกเช่นกัน หากเรานำแบคทีเรียชนิดทำให้ผอม ไปใส่สัตว์ทดลอง ก็จะทำให้สัตว์ตัวนั้นผอมลงได้อีกด้วย อ่า...  เห็นทางสว่างแล้วใช่ไหมค่ะ

     แต่ขอบอกว่าอย่าพึ่งดีใจไปค่ะ เพราะ
  1. อยู่ในช่วงการทดลองด้วยสัตว์ และยังไม่รับรองผลในคน
  2. ผลการทดลอง ยังบอกอีกว่า ถึงแม้จะมีแบคทีเรียที่ทำให้ผอมอยู่ในร่างกายเยอะ แต่ถ้ารับประทานอาหารไขมันสูงประจำ แบคทีเรียก็ช่วยไม่ได้ (ข่อยยอมแพ้ -*-)
    เป็นข่าวดีใช่ไหมค่ะ สำหรับเรื่องนี้ อนาคตอาจจะมีแบคทีเรียที่ใช้ลดความอ้วนจำหน่ายอยู่ทั่วไปตามซปเปอร์มาเก็ต ก็เป็นได้ การลดความอ้วนในอนาคตอาจจะไม่ต้องลำบากมากมาย สบายๆชิวๆ เห็นจะมีเค้าความจริงก็วันนี้แหละค่ะ  แต่ก่อนจะถึงวันนั้น ก็ต้องงัดวิธีที่มีอยู่ในปัจจุบันมาใช้กันก่อน อย่าพึ่งไปรอแบคทีเรีย เพราะหากอาการหนัก แบคทีเรีย ก็แบคทีเรียเถอะ เอาไม่อยู่หรอกค่ะ ^^  โชคดีมีแบคทีเรียผอมอยู่ในตัวนะค่ะ วันนี้ลาไปก่อน สวัสดีค่ะ

เพิ่มความสูง ความอ้วนลด สำหรับวัยกำลังเจริญเติมโตนะจ๊ะ

By JodonP → วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
สาวสวยหุ่นดี
      บทความนี้คงต้องบอกว่า เป้าหมายของเราในวันนี้ คือ น้องๆที่อยู่ในเกณฑ์ของวัยกำลังเจริญเติบโต (อายุไม่เกิน 25 ปี) ที่ร่างกายสามารถเพิ่มความสูงได้ แต่จากประสบการณ์ตรง คนที่อายุเกือบ 30 ปี ก็ยังสามารถเพิ่มความสูงได้ค่ะ ถึงแม้ตำราส่วนใหญ่จะประมาณไว้แค่ 25 ปีก็ตาม

      น้องๆในวัยนี้ที่มีปัญหาน้ำหนักเกิน อ้วน ฯลฯ แทนที่เราจะมุ่งการแก้ไขปัญหาไปที่ การลดความอ้วน ลดน้ำหนัก ซึ่งหลายๆคนอาจจะท้อได้ เพราะการลดน้ำหนักต้องใช้เวลา ใช้ความอดทนสูง หากไม่มีแรงจูงใจที่ชัดเจน ที่มีน้ำหนักพอ ก็อาจจะถึงกับล้มเลิกไปในที่สุด

      หากเราเปลี่ยนแนวคิดว่า ในปริมาตรของร่างกายเท่าเดิม (น้ำหนักเท่าเดิม) แต่ความสูงเพิ่มขึ้น ย่อมจะทำให้รูปร่างเราสมส่วนและดูสวยงามขึ้นใช่ไหมละค่ะ  โดยเรามุ่งเป้าไปที่เพิ่มความสูงแทนค่ะ โดยไม่คำนึงถึงเรื่องความอ้วน เพราะเป้าหมายสูงสุดของเราไม่ใช่ลดความอ้วนค่ะ  แต่ทำอย่างไรให้ร่างกายของเราดูดี ดูสวยต่างหากละค่ะ  ดังนั้นเรื่องน้ำหนักจะหมดไปถ้า น้ำหนักของร่างกายของเราพอเหมาะพอดีกับความสูง

      สำหรับวิธีการเพิ่มความสูงโดยวิธีธรรมชาตินั้น ไม่ยากค่ะ  แต่ต้องปฏิบัติ  ถึงแม้ว่าปัจจัยต่างๆที่ทำให้คนๆหนึ่งสูงขึ้นได้ มีหลายอย่าง โดยเฉพาะกรรมพันธ์ แต่ปัจจัยอื่นๆที่สำคัญก็ยังมีค่ะ

ข้อที่ 1 การนอนหลับในช่วงเวลา 4 ทุ่ม(หรือก่อน 4 ทุ่ม) มีข้อแม้ว่าจะต้องนอนหลับจริงๆนะค่ะ ไม่ใช่แค่นอนแล้วคิดไปต่างๆนานา อันนี้ใช้ไม่ได้ค่ะ  ต้องนอนหลับจริงๆ ร่างกายจะต้องได้พักผ่อนจริงๆ เพราะถ้าร่างกายได้รับการพักผ่อนในช่วง 4ทุ่ม ถึง ตี 2 แล้ว ในช่วงนี้ร่างกายของเราจะหลั่งโกรทฮอร์โมน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยในการเจริญเติบโต ทำให้ตัวสูงขึ้นได้ค่ะ

ข้อที่ 2 เป็นการเสริมในข้อที่ 1 คือการนอนหลับในห้องที่มืดสนิทจะทำให้หลั่งสารเมลาโทนินออกมา ซึ่งสารนี้จะช่วยทำให้เรานอนหลับสบาย นอนหลับได้สนิท เป็นการเสริมให้ร่างกายหลั่งโกรทฮอร์โมนได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ

ข้อที่ 3 รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่เหมาะสม หากรู้ตัวว่าอ้วน น้ำหนักมาก ควรลดอาหารประเภทไขมันและแป้งลงค่ะ  แต่ไม่ควรงดนะค่ะ รับประทานน้อยๆดีกว่าค่ะ

ข้อที่ 4 ออกกำลังกายเป็นประจำ ถ้าจะให้เกิดประสิทธิภาพที่ดี ควรออกกำลังกายทุกวันแต่ ไม่ควรนานเกินไปในแต่ละวัน  หรืออย่างน้อย 3-4 วันต่อสัปดาห์ ครั้งละ 30 นาทีขึ้นไป

ข้อที่ 5 ทำจิตใจให้เบิกบานอย่างสม่ำเสมอ อย่าเครียด วิตกกังวล ฯลฯ เพราะถ้าหากขาดข้อที่ 5 นี้แล้ว ข้อที่ 1 และ 2 ก็จะมีประสิทธิภาพลดลงค่ะ  ส่วนจะลดลงได้อย่างไร คงไม่ต้องอธิบายมากนะค่ะ หลายๆคนคงจะทราบดี

      หากปฏิบัติได้ดังนี้ และน้องๆยังอยู่ในวัยเจริญเติบโต คิดว่าคงจะสามารถเพิ่มความสูงได้ ไม่มากก็น้อยนะค่ะ เป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ ^^

ไม่กินอาหารเช้า อ้วนจริงนะ !! ระวังให้ดี

By JodonP → วันอังคารที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

" การลดน้ำหนัก การลดความอ้วน เรื่องอาหารใครว่าไม่สำคัญ !!  โดยเฉพาะอาหารมื้อเช้า "

      หลายๆท่านคงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่า อาหารเช้ามีความสำคัญมากแค่ไหน หากใครไม่ทราบหรือจำกันไม่ได้ จะทบทวนให้อีกครั้งหนึ่งค่ะ

     อาหารเช้า คือ มื้ออาหารที่สำคัญเพราะ เป็นมื้ออาหารที่ห่างจากมื้อเย็นของเมื่อวานนี้ มากกว่า 12 ชม.(บวกลบ 2-3 ชม.สำหรับบางคน) ลองคิดดูค่ะว่า ร่างกายของเราเมื่อได้รับสารอาหาร ในตอนมื้อเย็น แล้วกว่าจะได้รับสารอาหารในการบำรุงร่างกายอีกครั้งหนึ่ง ก็ตอนเช้าของอีกวัน สำคัญไหมละค่ะ

     อีกประการหนึ่งกลไกลของร่างกายของเรา โดยเฉพาะสมองของเรานั้น ต้องการสารอาหารประเภทน้ำตาลในตอนเช้าๆ เมื่อนาฬิกาของร่างกายกระตุ้นเตือนเพื่อต้องการสารอาหาร ประมาณ 7 โมงเช้าของทุกวันเป็นต้นไป จนถึง เวลาประมาณ 9 โมงเช้า หากเลยเวลานี้ไปแล้วแต่ร่างกายก็ยังไม่ได้รับสารอาหารใดๆ โดยเฉพาะประเภทแป้ง หรือน้ำตาล  ร่างกายจะพยายามเค้นดึงสารอาหารจากลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ของเราออกมาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งก็มักจะเหลือเศษๆของสารอาหารเท่านั้น แต่ไม่มีทางเลือกใด ร่างกายจำต้องนำสิ่งที่พอมีอยู่ไปเลี้ยงสมองของคุณ แน่นอนว่าสิ่งดีๆที่จะไปเลี้ยงสมองของคุณย่อมไม่มี  และในอนาคตอาจจะคาดการณ์ได้ว่าเสี่ยงต่อโรคที่เกี่ยวข้องกับสมองเสื่อม เช่น อัลไซเมอร์เป็นต้น

     ประการต่อไป ที่เกี่ยวข้องกับความอ้วน กับน้ำหนักตัวของท่าน (อ่า มันไม่น่าเกี่ยวนะ) อยากจะบอกว่ามีงานวิจัยหลายฉบับบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เมื่อเราไม่รับประทานอาหารเช้า หรือรับประทานไม่เพียงพอ สมองจะพยายามสั่งการให้เรารับประทานอาหารในชั่วโมงต่อไป หรือมื้อต่อไป ดังนี้
  • ทำให้เราอยากรับประทานอาหารที่มีพลังงานสูงโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ทำให้เรารับประทานอาหารในมื้อต่อไปในปริมาณที่มาก-มากกว่าปกติ 2-3 เท่าของมื้อปกติ
     ซึ่งหากเราคิดว่าสมองของเรา หรือร่างกายของเราเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง ก็ย่อมไม่ใช่เรื่องแปลก และเป็นเหตุเป็นผลพอสมควรเลยทีเดียว และด้วยผลกระทบตรงนี้ ก็จะส่งผลโดยตรงต่อน้ำหนักตัวของท่านอย่างแน่นอน

     การรับประทานอาหารให้ตรงมื้อทุกมื้อ โดยเลือกประเภทของอาหาร ที่มีกากใยสูง สารอาหารสูง แต่ให้พลังงานต่ำ ย่อมจะเป็นคำตอบที่ดีกว่า การอดอาหารในบางมื้อ โดยเฉพาะมื้อเช้า มื้อสำคัญที่สุดค่ะ^^


วางแผนการลดน้ำหนักระยะสั้นดีกว่าระยะยาว

By JodonP → วันอังคารที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2556
การลดน้ำหนักที่มีการวางแผนจะมีโอกาสสำเร็จสูง แน่นอนว่าไม่ใช่เพียงแต่เรื่องนี้เท่านั้น เกือบทุกเรื่อง การวางแผนมีส่วนสำคัญมากต่อการประสบความสำเร็จในเรื่องนั้นๆ หลายๆคนบอกไว้ว่าการวางแผนและการเตรียมงานคือ 70% ของงานทั้งหมด อีก 30% คือการลงมือทำ คำกล่าวนี้คงจะไม่ผิดจากความเป็นจริงเท่าไหร่นักค่ะ การวางแผนที่ได้ผลดี คือการวางแผนลดน้ำหนักในระยะสั้น ปฏิบัติและวัดผลอยู่เสมอ สร้างสิ่งที่เราคิดและจิตนาการ ออกมาเป็นรูปธรรม จับต้องได้ เป้าหมายการลดน้ำหนักของคุณจะสำเร็จอย่างแน่นอน

การวางแผนลดน้ำหนักแบบไหนที่ให้ผลดี ?

ผู้เชี่ยวชาญได้แนะนำว่าการวางแผนลดน้ำหนักที่ได้ผลชัดเจน คือ การวางแผนในระยะสั้น เพราะการลดน้ำหนัก คือการบังคับตนเองให้ดำเนินชีวิตไปในเส้นทางที่เราต้องฝืนปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นการลดอาหารที่เราชอบ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และต้องออกกำลังการ...... นาทีต่อวัน ต่อสัปดาห์ ฯลฯ

การวางแผนที่ดี ต้องทำให้ผู้ปฏิบัติมีกำลังใจ  สร้างกำลังใจในการเดินเข้าสู่เป้าหมาย ไม่ล้มเลิกกลางคัน ดังนั้น การวางแผนระยะสั้นจึงได้ผลดีกว่าระยะยาว เพราะระยะยาวจะทำให้เกิดอาการท้อเสียก่อนค่ะ

การวางแผนโดยสร้างแรงจูงใจ ในระยะสั้น ได้ผลดี

แรงจูงใจที่จะใช้ได้กับทุกคนอาจจะไม่มี แต่ถ้าเป็นตัวเราแล้ว เราจะรู้ดีว่า แรงจูงใจสิ่งไหน ล่อใจให้เราสู้ได้ เช่น การใส่ชุดเจ้าสาวในอีก 1 เดือนข้างหน้า หากจะใส่แล้วดูสวย สมส่วน ไม่อายใคร จะต้องลดน้ำหนักลงไปอย่างน้อย 3 กิโลกรัม  แต่ในความเป็นจริงแล้ว จะลดได้เท่าไหร่ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งค่ะ แต่หากมีแรงกระตุ้ม มีเป้าหมายที่ชัดเจน มีการวางแผนที่ดี คาดว่าโอกาสสำเร็จสูงกว่า 90% เลยทีเดียว

การให้รางวัลกับตนเองเพื่อสร้างแรงจูงใจ

บางครั้งการค้นหาแรงจูงใจอาจจะคิดไม่ค่อยออก ลองหาสิ่งที่เราอยากจะได้มาสักอย่างหนึ่ง อาจจะเป็นสิ่งของ แต่จะราคาแพงหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับงบประมาณด้วยนะจ๊ะ อย่าเอาแบบแพงเวอร์ล่ะ หรืออาจจะเป็นรางวัลด้านจิตใจ ซึ่งอาจจะต้องพึ่งพาคนใกล้ชิด ได้แก่ แฟน คนรัก พ่อ แม่ ฯ เช่น เข้าไปขอให้เขาเหล่านั้นช่วยเหลือ หากว่าเราลดน้ำหนักได้ภายใน 2 เดือนนี้ กี่กิโล ก็ว่ากันไป ช่วยพาหนูไปเที่ยว  ช่วยพาหนูไปทานข้าวนอกบ้าน, หนูขอเสื้อใหม่ 1 ตัวนะ , หนูขอให้เลี้ยง MK หนูหน่อย (อ่า  อันนี้ไม่ดีนะค่ะ เพราะรางวัลที่ออกแนว อาหารการกิน ไม่ดีแน่ๆ เดวจะอ้วนกว่าเดิมไม่รู้ด้วยนะ เฮ้อ..) ซึ่งแนวหลังนี้ไม่เปลืองงบประมาณเราค่ะ แค่อาจจะเปลืองงบประมาณคนใกล้ชิด หุหุ แต่ก็มีผลทางด้านจิตใจเต็มๆเลยนะค่ะ เพราะคนที่เรารักทั้งหลายจะรู้ว่าเรากำลังจะลดน้ำหนัก ก็จะไม่พยายามทำอะไรที่ทำให้เราเสียความตั้งใจ และค่อยให้กำลังใจเราอย่างใกล้ชิด อาจจะถึงขั้นซัพพอทต์เราในหลายเรื่องโดยที่เราไม่คาดคิดเลยก็เป็นได้

การวางแผนระยะยาว ไม่ได้ผลอย่างงั้นหรือ ?

การลดน้ำหนักที่ได้ผลดีที่สุด ไม่ใช่โหมลดกระหน่ำให้น้ำหนักลดลงแบบฮวบฮาบ ซึ่งอาจจะทำให้เราเกิดอันตรายได้ แต่การกำหนดเป้าหมายระยะสั้น มีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน เห็นภาพ และทำให้เราไม่ท้อ เร็วเกินไป เป็นการลดอัตราความล้มเหลว

การวางแผนระยะยาว เป็นสิ่งที่ดีมากๆในการลดน้ำหนัก แต่เมื่อเราตั้งใจจะลดน้ำหนักตัวแล้ว แต่จิตใจยังไม่มั่นคง ยังไม่สามารถชนะใจตนเองได้เกิน 50% มีโอกาสล้มเหลวสูงมากๆ  แต่ก็เป็นที่แน่นอนว่าระยะยาวนั้นได้ผลดีกว่า ระยะสั้นแน่นอน เพียงแต่ว่าเราต้องผ่านด่านขั้นต้นให้ได้เสียก่อน สร้างความเคยชิน สร้างความมั่นใจให้มากกว่านี้เสียก่อน จึงค่อยวางแผนระยะยาวในการลดน้ำหนักก็ยังไม่สาย

วางแผนระยะสั้นให้ติดกัน ก็คือการวางแผนลดน้ำหนักในระยะยาว

การที่เราวางแผนลดน้ำหนักไว้เป็นปีๆ ว่าจะทำอย่างโน้น ทำอย่างนี้ ทำให้เราไม่เห็นภาพที่ชัดเจนเท่าไหร่ เพราะอนาคตย่อมไม่ชัดเจนกว่าปัจจุบัน ยิ่งอนาคตที่ไกลมากๆ ย่อมเลือนลางไปเรื่อยๆ การวางแผนระยะสั้น+การวัดผล ทำให้เรารู้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน และการทดสอบการทำงานของเราด้วยว่าวิธีการลดน้ำหนักที่เรากำลังทำอยู่นั้น ได้ผลดี มากน้อยเพียงไร เราสามารถปรับปรุง เปลี่ยนแปลงวิธีการในทุกๆการวัดผล ซึ่งจะทำให้เราได้รู้ถึงประสิทธิภาพของวิธีการที่ทำอยู่  รวมถึงการควบคุมตนเองในการปฏิบัติง่ายกว่า  และถ้าเราทำต่อๆกัน ก็ไม่ต่างกับการวางแผนระยะยาวในการลดน้ำหนักเลย แต่ได้ผลดีกว่าคิดเผื่อไว้เป็น 6 เดือน หรือปีๆ อย่างแน่นอนค่ะ

การวางแผนแต่ไม่ลงมือปฏิบัติย่อมไม่เกิดผล

การวางแผนใดๆที่ไม่ปฏิบัติ ไม่ว่าจะแผนระยะสั้น ระยะยาว ระยะกลาง แผนนั้นจะดีเพียงไร เคยใช้ได้ผลมาแค่ไหน ได้รับการรับรองจากใคร ก็ไร้ผล !!  การปฏิบัติตามแผนที่วางไว้ และนึกถึงผลลัพท์ที่จะเกิดขึ้นอยู่เสมอๆ คือสิ่งที่ควรทำหลังจากที่เราวางแผนการลดน้ำหนักไว้แล้ว รับรองว่าเป้าหมายไม่ไกลเกินเอื้อมอย่างแน่นอนค่ะ